เมื่อพูดถึงการค้าระหว่างประเทศและการขนส่งสินค้า อย่างที่ท่านทราบกันดีว่าการนำเข้า-ส่งออกมีขั้นตอนในการดำเนินการต่างๆมากมาย เพื่อให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับการส่งสินค้าจากประเทศต้นทาง ไปยังประเทศปลายทาง ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมาก แต่สำหรับการส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งมีจุดพักสินค้าในประเทศอื่นระหว่างทาง มีความจำเป็นที่จะต้องมีการวางมัดจำใบขนสินค้าเพิ่มขึ้นมา แล้วการวางมัดจำใบขนส่งสินค้าคืออะไร? มีความสำคัญยังไง เรามาทำความรู้จักเพิ่มเติมกันเถอะ
การวางมัดจำใบขนสินค้า เป็นการวางหลักทรัพย์ข้อบังคับจากศุลกากรในเรื่องการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างด่านศุลกากร จุดประสงค์ของการดำเนินการนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่ขนส่ง ได้รับการสำแดง ลงบัญชีอย่างถูกต้อง มีการชำระภาษีศุลกากรและภาษีที่เหมาะสม เมื่อสินค้าถูกขนส่งจากด่านศุลกากรหนึ่งไปยังอีกด่านหนึ่งที่ยังไม่ใช่ที่หมายของการขนส่งนั้น ” เป็นเหมือนจุดพักของสินค้า “ ที่รอส่งต่อไปในด่านต่อๆไป จนถึงปลายทางสุดท้ายของสินค้านั้นๆการดำเนินการนี้กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องวางเงินจำนวนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นการวางมัดจำใบขนสินค้า ณ จุดส่งสินค้า เงินมัดจำนี้ใช้เป็นหลักประกันว่าสินค้าจะได้รับการสำแดง โดยจะมีการชำระอากรและภาษีที่เหมาะสมเมื่อสินค้าไปถึงปลายทางสุดท้าย จำนวนเงินมัดจำอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะและมูลค่าของสินค้าที่ขนส่ง รวมถึงประเทศที่สินค้าถูกขนส่ง ในบางกรณีเงินมัดจำอาจเป็นจำนวนคงที่ ในขณะที่บางกรณีอาจเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินค้า โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วงระหว่าง 600,000 ถึง 1,000,000 ล้านบาท
เมื่อทำการวางเงินมัดจำแล้ว สินค้าจะถูกขนส่งภายใต้การควบคุมของศุลกากรจากด่านหนึ่งไปยังอีกด่านหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยหน่วยงานศุลกากรเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการสำแดงอย่างถูกต้อง มีการชำระอากรภาษีเมื่อถึงปลายทางในตอนท้ายของการจัดส่ง ผู้นำเข้า ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรพร้อมหลักฐานว่าสินค้าได้รับการสำแดงและได้ชำระอากรภาษีแล้ว เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น เงินมัดจำจะถูกส่งคืนให้กับผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้า การวางมัดจำใบขนสินค้า เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจว่าสินค้าถูกขนส่งข้ามพรมแดนอย่างปลอดภัย มั่นคง และถูกกฎหมาย
ช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้าและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ และทำให้แน่ใจว่ามีการชำระอากรและภาษีที่ถูกต้องสำหรับสินค้าที่ขนส่ง
สมมุติเราต้องการนำสินค้าเข้าจากประเทศจีน เพื่อส่งสินค้านั้นปลายทางไปยังประเทศลาว แต่มีเหตุให้สินค้าล็อตนั้นต้องมีการผ่านมายังด่านศุลกากรประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยนี้เองที่เป็นประเทศจุดพักสินค้า เข้าใจง่ายตามโครงสร้างนี้
ต้นทางสินค้าจากประเทศจีน – จุดพักสินค้าประเทศไทย – ปลายทางสินค้าประเทศลาว
ซึ่งประเทศที่เป็นจุดพักนี้แหละเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดระบบวางมัดจำใบขนสินค้า สำหรับนำเข้าส่ง-ออกสินค้า ซึ่งเป็นประเทศที่สินค้านั้นยังไม่ต้องเสียภาษี เพราะไม่ได้ทำธุรกรรมการซื้อขายในประเทศจุดพักจึงยังไม่ต้องเสียภาษี เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้ามายังประเทศจุดพัก จึงต้องมีการวางมัดจำใบขนสินค้า ในช่วงระหว่าง 600,000 ถึง 1,000,000 ล้านบาท จากนั้นสินค้าจะต้องทำการขนส่งไปต่อจนถึงประเทศปลายทางคือประเทศลาว ซึ่งเมื่อสินค้าถึงที่หมายปลายทางยังประเทศลาวแล้ว ก็จะต้องทำการจ่ายภาษีอากรตามระเบียบทั่วไป และเงินมัดจำก็จะได้รับคืนหลังจากกระบวนการจ่ายภาษีทำถูกต้องเรียบร้อย
การวางมัดจำใบขนสินค้า เพื่อความชัดเจนว่า เราไม่ได้นำสินค้าตัวนี้เข้ามาขายหรือจำหน่ายในประเทศไทย ที่เป็นประเทศจุดพักนี้ เพียงแค่ต้องการผ่านแดนไปยังประเทศที่ 3 นั่นเอง
การวางมัดจำใบขนสินค้า สำหรับนำเข้า-ส่งออก เป็นส่วนสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการประกันว่าสินค้าถูกขนส่งข้ามพรมแดนในลักษณะที่ปลอดภัย มั่นคง และถูกกฎหมาย ช่วยป้องกันการลักลอบนำเข้า และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ ทำให้แน่ใจว่ามีการชำระอากรและภาษีที่เหมาะสมสำหรับสินค้าที่ขนส่ง หากท่านต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เว็บไซต์เราจะนำเสนอข้อมูลที่สำคัญมาตอบข้อสงสัยของท่าน หากท่านกำลังวางแผนนำเข้าส่ง-ออกสินค้าสามารถติดต่อเพื่อใช้บริการจากเรา PACRED เพราะเราทุ่มเทเพื่อให้การนำเข้า-ส่งออกของท่านเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป